สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนได้รับยา
ผู้รับบริการหลายคนเข้าใจว่าบทบาทของแพทย์คือการจ่ายยา แต่ในทางปฏิบัติ งานส่วนใหญ่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการให้ยาใด ๆ ขั้นตอนเหล่านี้เป็นสิ่งที่กำหนดว่า วิธีใดเหมาะสมกับแต่ละราย และมีความเสี่ยงใดที่ต้องจัดการก่อน- ยืนยันว่าตั้งครรภ์จริง — การที่ประจำเดือนไม่มา มีสาเหตุได้หลายอย่างที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์ จึงต้องตรวจยืนยันก่อนเสมอ
- ประเมินอายุครรภ์ด้วยการตรวจ — ไม่ใช่การนับวันเอง ซึ่งคลาดเคลื่อนได้บ่อย อายุครรภ์เป็นตัวกำหนดทั้งวิธีที่เหมาะสม และเงื่อนไขตามกฎหมาย
- คัดกรองการตั้งครรภ์นอกมดลูก — เป็นภาวะที่ยาไม่มีผล และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการวินิจฉัย
- ซักประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ — เพื่อดูว่ามีภาวะใด ที่เป็นข้อห้ามหรือต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- ให้ข้อมูลทางเลือกและตอบคำถาม — ผู้รับบริการมีสิทธิ์ ถามและได้รับคำตอบที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ยาที่ใช้ในกระบวนการนี้
ยาที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยคือ Mifepristone และ Misoprostol ซึ่งเป็นยาควบคุม ต้องได้รับผ่านแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น แพทย์เป็นผู้กำหนดว่าใช้ยาชนิดใด อย่างไร และเมื่อไหร่ ให้เหมาะกับอายุครรภ์และสุขภาพของแต่ละราย ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน บทความนี้จึงไม่ระบุขนาดยาหรือวิธีใช้ เพราะข้อมูลเหล่านั้นมีความหมาย เฉพาะเมื่ออยู่ในมือแพทย์ที่ตรวจร่างกายแล้ว การนำตัวเลขจากอินเทอร์เน็ต ไปใช้เองคือสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งต้องเข้าห้องฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น คำเรียกที่พบตามอินเทอร์เน็ต เช่น ยาสอด หรือ ยาขับเลือด เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกกันเอง ไม่ใช่ชื่อยาทางการแพทย์ และไม่ได้บอกว่า สิ่งที่อยู่ในมือผู้ซื้อคือตัวยาอะไร ความแตกต่างของคำเหล่านี้อธิบายไว้ที่ ยาทำแท้ง ยาสอด ยาขับเลือด ต่างกันอย่างไรการติดตามผลคือขั้นตอนที่ข้ามไม่ได้
หลังการใช้ยา ผู้รับบริการจะได้รับนัดติดตามผล ขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อยืนยันว่า การยุติการตั้งครรภ์สมบูรณ์แล้วจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่การสังเกตอาการด้วยตนเองที่บ้าน ทำแทนไม่ได้ เหตุผลคือการมีเลือดออกไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่ากระบวนการเสร็จสิ้น เลือดอาจออกได้จากหลายสาเหตุ และในบางกรณีอาจมีเนื้อเยื่อค้างอยู่ในโพรงมดลูก ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อหรือเลือดออกมากในภายหลังหากไม่ได้รับการตรวจ การมาตามนัดจึงสำคัญแม้ผู้รับบริการจะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้วเงื่อนไขตามกฎหมายไทย
ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 กรอบทางกฎหมายเป็นดังนี้- อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ — ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผล
- อายุครรภ์ 12–20 สัปดาห์ — ยุติได้หลังรับการตรวจและคำปรึกษาทางเลือก จากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565
- อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ — ทำได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
สิทธิและค่าใช้จ่าย
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ครอบคลุมค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ ตามกฎหมาย สำหรับหญิงไทยทุกสิทธิ ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ โดยกลไกคือ สปสช. จ่ายชดเชยให้สถานพยาบาลในอัตราเหมาจ่ายต่อการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นการจ่ายให้สถานพยาบาลโดยตรง ไม่ใช่เงินที่ผู้รับบริการได้รับ ผู้ที่ใช้สิทธิที่หน่วยบริการในระบบจึงไม่ต้องจ่ายค่าบริการส่วนนี้เอง แต่หากเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลนอกระบบ หรือมีค่าใช้จ่ายเกินจากที่ครอบคลุม อาจมีส่วนต่างที่ต้องชำระเอง จึงควรสอบถามรายละเอียดกับสถานพยาบาลล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวได้ถูกต้องอาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากมีอาการต่อไปนี้ ให้ไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด หรือโทร 1669 ทันที- เลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบหนาหลายผืนติดต่อกัน — โทร 1669
- ปวดท้องรุนแรงจนทนไม่ไหว หรือปวดร้าวไปที่ไหล่ — โทร 1669
- มีไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ — โทร 1669
- หน้ามืด วิงเวียน ใจสั่น หรือเป็นลมหมดสติ — โทร 1669
- อาเจียนต่อเนื่องจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้ — โทร 1669
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมาโรงพยาบาลกี่ครั้ง
โดยทั่วไปจะมีการมาตรวจประเมินก่อนเริ่มกระบวนการ และมาตามนัดติดตามผล เพื่อยืนยันว่ากระบวนการสมบูรณ์ จำนวนครั้งที่แน่นอนขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ วิธีที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม และสภาพร่างกายของแต่ละรายทำไมต้องตรวจอัลตราซาวนด์ก่อน
การตรวจอัลตราซาวนด์ยืนยันอายุครรภ์ได้แม่นยำกว่าการนับวันด้วยตนเอง และที่สำคัญกว่านั้นคือช่วยคัดกรองการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งเป็นภาวะที่ยาไม่มีผลและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการวินิจฉัย จึงเป็นขั้นตอนที่ไม่สามารถข้ามได้ต้องมีคนมาด้วยไหม
กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีผู้ติดตามหรือความยินยอมจากผู้อื่น สำหรับผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การมีผู้ที่ไว้ใจได้มาด้วย หรือติดต่อได้ในวันนั้นเป็นเรื่องที่ช่วยได้ในทางปฏิบัติถ้าเคยใช้ยาที่ซื้อมาเองไปแล้ว ยังมาตรวจได้ไหม
มาได้เสมอ และควรมาโดยเร็วที่สุดไม่ว่าจะมีอาการผิดปกติหรือไม่ เพราะการยืนยันว่าร่างกายปลอดภัยและกระบวนการสมบูรณ์แล้วหรือไม่ ต้องอาศัยการตรวจ ควรแจ้งแพทย์ตามจริงว่าได้รับยาชนิดใดและใช้เมื่อไร เพื่อให้การดูแลตรงจุดปรึกษาก่อนตัดสินใจได้ที่ไหน
สามารถโทรสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษาโดยไม่มีค่าบริการ หรือดูข้อมูลเครือข่าย RSA (Referral System for Safe Abortion) ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งขึ้นในปี 2557 ได้ที่ rsathai.orgแหล่งข้อมูลอ้างอิง — พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 · ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565 · กฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 · เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org · สายด่วนกรมอนามัย 1663 บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสถานการณ์ของท่านโดยตรง
